travel

อิ่มบุญอิ่มใจที่วัดภูเขาทอง บ้านท่ามะไฟหวาน จ.ชัยภูมิ

ความบังเอิญไม่มีในโลก มีแต่พรหมลิขิตในชีวิตที่ทำให้เราได้พบกัน นั่นคือข้อความที่เราได้เขียนลงในสมุดfriendship ของพี่แอนเพราะพรหมลิขิตทำให้เราได้รู้จักกันในการไปค่ายอาสาครั้งนี้ ค่ายอาสาสร้างกุฏิดิน วัดภูเขาทอง บ้านท่ามะไฟหวาน จ.ชัยภูมิ ของเวป www.budpage.com

เริ่มออกเดินทางกันตอน 3 ทุ่มของคืนวันที่ 9 ธันวาคม คณะเรามี 3 คน คือ เรา,พัต,พี่พงษ์ ขับรถไปกันเอง ไปจังหวัดชัยภูมิ ก็คาดว่าใช้เวลาเดินทางไปประมาณ 6 ชั่วโมงได้ คนขับก็สลับกันขับ 2 คน มีหลงทางไปบ้างแต่ก็มาถึงวัดจนได้ แต่ก็มาถึงตอนตี4 ด้วยอาการงัวเงียทั้งคนขับกับคนนั่งได้นอนพักที่วัดไปสักครู่ ก็ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงพระตีระฆังปลุก อากาศที่นี่หนาวมากๆ นอนตัวสั่นเลยแต่ตื่นขึ้นมาได้ทานข้าวต้มหมูร้อนๆ อร่อยมาก ช่วยให้ร่างกายอุ่นขึ้นมาก ช่วงสายๆ อาสาสมัครก็ทยอยเดินทางกัน มาถึงพอคนพร้อมก็เริ่มอบรมการสร้างบ้านดินกัน มีอาสาสมัครมากันประมาณสัก 80 คนได้เยอะมากเลย โดยมีพี่โยเป็นวิทยากรให้ความรู้ในการสร้างบ้านดิน โดยบ้านดินใช้ส่วนผสม 3 อย่างคือ ดิน,แกลบ,น้ำ มาผสมกันให้ได้สัดส่วน พอได้ที่แล้วก็นำดินผสมมาอัดใส่บล็อกที่ทำขึ้นเพื่อใช้เป็นเหมือนก้อนอิฐ แล้วก็ตากแดดรอให้แห้งแล้วจึงนำไปก่อเป็นตัวบ้าน

บ้านดินมีข้อดีคือเป็นบ้านที่อยู่หน้าร้อนก็เย็นถ้าหน้าหนาวก็อุ่น เพราะดินเป็นฉนวนกันความร้อนที่ดี สร้างก็ง่าย ประหยัดงบ ออกแบบบ้านและทำเฟอร์นิเจอร์ได้ตามใจชอบ ช่วยกันสร้างก็สนุก มีวีซีดีให้ดู แต่ดูไปทั้ง 3 คนก็สัปหงกไป เพลียจากนั่งรถเมื่อคืนกัน เสร็จ แล้วก็พาดูบ้านดินตัวอย่างที่สร้างไว้ มีทั้งใช้ได้จริงและที่มีปัญหา บ้านดินนี่สร้างได้ตามจินตนาการเลย อยากสร้างลวดลายยังไงก็ได้น่ารักดี พอดูตัวอย่างกันแล้วช่วงบ่ายก็มาเริ่มสร้างของจริงๆกัน ก็แบ่งกันเป็นส่วนผสมดิน,ส่วนขนดิน ขนก้อนอิฐดิน,ส่วนก่อเป็นตัวกุฏิดิน เราไม่รู้จะทำอะไรดีเห็นคนช่วยก่อเยอะมากเลย ก็เลยขึ้นรถกระบะไปช่วยเขาขนดินแทนเพราะเห็นคนน้อยดี ก็ขึ้นรถไปกันทั้งหมด 8 คนได้ ตอนขึ้นรถก็ทำความรู้จักกันและช่วยทำงานด้วยกันกับพี่ๆเขาได้คุยกันเฮฮาสนุกสนานกันดี

ช่วยกันขนจนประมาณบ่าย 4 โมงได้ ก็พักงานกัน

ไปดูกุฏิดินที่วัดสุคะโตที่สร้างเป็นต้นแบบไว้ รถนั่งกระบะกันไป 3 กม.ได้ ก็ถึงวัด กุฏิดินที่สร้างไว้ภายในยังไม่ได้ตกแต่งดี แต่ดูภายนอกก็ดูเล็กกะทัดรัดดี เหมือนบ้านเห็ดเลย ดูกันจนพอใจแล้วก็กลับไปพักผ่อนทานข้าวเย็นกันที่วัด เย็นนี้อากาศเย็นมากๆ อาบน้ำไปขนลุกไป บรื๋อ...

ช่วงกลางคืนก็มารวมกลุ่มทำกิจกรรมทำความรู้จักกัน เช่น ให้จับกลุ่มกัน 8 คน ถามชื่อ,อาชีพและก็เรื่องในสมัยเด็กที่มีความสุข ก็ช่วยๆกันนึกๆแล้วคุยกันใหญ่เลย อย่างเรานี่ก็นึกออกว่าตอนเด็กได้มีโอกาสไปเที่ยวสวนสัตว์ดุสิตกันทั้งครอบครัวสนุกมาก อย่างคนอื่นก็มีพี่คนนึงเขามีพี่น้อง 12 คน กิจกรรมในครอบครัวเขาคือล้อมวงเล่นไพ่กันทั้งครอบครัว น่ารักดี ไม่ก็รักแรกแฟนฉันตอนประถม ฟังเด็กสมัยเด็กของแต่ละคนแล้วก็น่ารักกันไปคนละแบบ พอตกดึกสัก4ทุ่มก็จับกลุ่มกันไปนอนดูดาวกลางทุ่งหญ้า อากาศหนาวน้ำค้างแรง ดูดาวสวยบนท้องฟ้าโค้งๆ พร้อมจันทร์กระจ่าง ดาวลูกเจี๊ยบ,ดาวไถ,ดาวนายพราน,ดาวพฤหัส ทางช้างเผือก อยู่ใกล้แค่เอื้อมมือ

เช้าวันรุ่งขึ้นก็เตรียมตัวไปลุยงานสร้างกุฏิดินกันต่อมีอาการปวดเมื่อยตัวอย่างแรงเลยแต่ก็ใจสู้ไปช่วยงานกันต่อ วันนี้เราเปลี่ยนหน้าที่ตัวเองไปก่อก้อนอิฐดินกับฉาบบ้าง สนุกมากเนื้อตัวเลอะดินโคลนกระเด็น เล่นกันเป็นเด็กๆเลย ทำกันไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเลย รู้สึกอยากทำให้กุฏิหลังนี้ออกมาดีๆ ทุกๆคนก็ยิ่งช่วยกันพยายามทำให้สวยทำให้ดีกัน เห็นแล้วปลื้มใจจัง ทำจนเสร็จช่วงบ่ายก็ไปพักเหนื่อยริมเขื่อนลำปะภาว

อากาศสบายๆ ลมเย็นๆ ชีวิตนี้ช่างสงบสุขจังเลย เย็นลงก็กลับไปทานข้าวเย็นที่วัด มื้อนี้เป็นมื้อที่อร่อยและมีความสุขที่สุดทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจกัน มาล้อมวงกินข้าวกัน

นั่งคุยกันแถมด้วยโชว์ของน้องดรีมกับพี่เอี้ยง เต้นไก่ย่าง,ไก่ชาววัง,ปีโป้ เต้นได้โคตรมันส์เลย แถมฮามากๆๆ กับโชว์เต้นหอย ตบท้ายด้วยหอยพี่...(นามสมมุติ)เหม็น นึกถึงวันแรกที่มาถึง ต่างคนต่างนั่งกินข้าวกันคนละมุม เพราะที่วัดไม่มีโต๊ะทานข้าวหรือโรงอาหาร ต่างยังไม่รู้จักกัน มาวันสุดท้ายที่ทุกคนรู้จักกันแล้วได้มาปูเสื่อล้อมวงกันกินข้าว ตกดึกก็ไปดูดาวกลางทุ่งเคล้าเสียงกีต้าร์จากพี่เอี้ยง หนาวๆก็อบอุ่นได้ด้วยความสุข

เช้าวันสุดท้ายทุกคนไปที่กุฏิดินเพื่อทำพิธีทำบุญถวายกุฏิ อิ่มบุญกันถ้วนหน้า

ก่อนกลับทุกคนคุยกันขอเบอร์โทรหรืออีเมล์เพื่อติดต่อส่งรูปถ่ายให้กัน ร่วมกันถ่ายภาพหมู่กับท่านเจ้าอาวาส ก่อนแยกย้ายกันลาแล้วขึ้นรถกลับจุดหมายของแต่ละคน ส่วนคณะเรา 3 คน ก็ขับกลับกรุงเทพฯ โดยแวะตามทางไปเรื่อยๆ มีแวะปั๊มทางข้าวกลางวันที่โคราช ซื้อเสื้อผ้าที่Outlet Fly now ผ่านสระบุรีแวะถ่ายรูปที่ทุ่งดอกทานตะวัน, อุโมงค์ต้นไม้, จุดพิศวง ขับไปดูม้ากับนกกระจอกเทศที่ไร่ปภัสรา ระหว่างทางคนขับง่วงนอนก็แวะปั๊มนั่งกินขนมไป 2 ถุง ก่อนขับขึ้นทางด่วนรวดเดียวถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ

การทำงานบุญด้วยใจนี่มันมีความสุขมากๆเลย ทั้งที่ทำงานใช้แรงมันก็เหนื่อยมากๆ แต่ก็ไม่เห็นใครบ่นเลย ดูทุกคนยิ้มแย้มกันตัวเปรอะเลอะโคลนกันแค่ไหนก็ยังดูสนุกกัน ได้พบทุกคนที่ไปช่วยไปช่วยด้วยใจ คุยกันด้วยใจ อิ่มบุญอิ่มความรู้ อิ่มอกอิ่มใจกับการไปค่ายอาสาสร้างกุฏิดิน วัดภูเขาทอง

ขอบคุณพี่ๆน้องๆทุกคน ที่ทำช่วยกันสร้างช่วยกันปั้นสำเร็จ ขอให้ผลบุญนี้ส่งผลให้กันในชาตินี้คะ

ไปชะอำ...เสร็จทุกราย

posted on 07 Dec 2006 10:54 by bakabo  in travel

ไปชุบตัวกับไอทะเลกลับมาแว้ววว...

ไปเที่ยวพักผ่อนกันทั้งออฟฟิตที่ชะอำ 3 วัน 2 คืน ออกเดินทางตั้งแต่เย็นวันพฤหัส พอขึ้นรถนั่งที่เรียบร้อย รถเคลื่อนออกยังไม่พ้นตัวตึกเลย ฝ่ายเสบียงก็ถามกัน ใครดื่มอะไรมั่ง เบียร์, สปาย, น้ำส้ม ฯลฯ แต่เนื่องจากอาการคออักเสบไม่หาย ก็เลยได้แต่เจียมเนื้อเจียมตัว ดื่มแต่น้ำเปล่า (เศร้าจริงตรู... -___-)

ระยะเวลา 3 -4 ชั่วโมงที่อยู่บนรถทัวร์ วงไพ่กับก็จั่วไพ่ป๊อกๆกันเป็นที่สนุกสนาน เล่นกันบนรถแบบไม่กลัวตำรวจจับเลย พอถึงที่พักก็แบ่งกันเข้าห้องพักตามที่จัดกันไว้ พักผ่อนตามสบาย

วันศุกร์ แบ่งกลุ่มเป็น 4 กลุ่ม เพื่อแข่งแรลลี่ตามหาปริศนาตามสถานที่ท่องเที่ยวในหัวหินและชะอำ เราจับได้อยู่กลุ่มที่ 1 นั่งรถสองแถวไปเที่ยวพระราชวังมฤคทายวันเป็นที่แรก วังนี้เดิมเป็นวังของรัชกาลที่ 6 เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับแรมและทรงพระสำราญในฤดูร้อน

วังสวยมากคะ แต่ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปได้ แต่เราก็ถ่ายมาด้วยความไม่รู้ว่าเขาห้าม เห่ะเห่ะ ขอโทษนะคะ แล้วก็ต้องเดินเบาๆ ห้ามเดินย้อนกลับด้วย เพราะเดี๋ยวระเบียงถล่ม (อันนี้เจ้าหน้าที่เป็นคนพูด เราก็งงๆ แค่เดินไปเดินมาเนี่ย ขาชั้นจะทะลุลงไปเลยหรอไง)

ที่ 2 วัดเขาตะเกียบ วัดนี้เราเคยขึ้นไปแล้วเลยเก็บแรงไม่เดินขึ้นบันไดไป ยืนดูฝรั่งให้อาหารลิงดีกว่า ลิงเห็นคนให้อาหารก็มายืนเกาะขากางเกง 2 ข้าง เกาะไหล่อีกข้าง น่ารักดี

ที่ 3 ศูนย์การศึกษาห้วยทราย มีสัตว์ปีก,เนื้อทราย,ละมั่ง, ชะนี ดูสัตว์ต่างๆก็น่ารักดี ชะนีร้องเสียงดังดี

ที่ 4 กลับมาที่โรงแรมเล่นเกมอัจฉริยะข้ามวันกันเล็กๆน้อยๆ สนุกดี หลายๆคนช่วยกันคิดช่วยกันร่วมมือในการออกความเห็นเพื่อแก้โจทย์ที่ให้มาให้ได้

พอเล่นเกมจบก็จบแรลลี่ กลับห้องพักผ่อนกัน เอ้อ....เหนื่อยเลย เพราะต้องแก้ปริศนาให้ได้ตามหา RC ด้วย ก็เล่นเอาเหนื่อยไปตามๆกัน แต่บางคนก็ยังไม่หมดแรงวิ่งลงทะเลเล่นน้ำกันใหญ่

แต่เรากับเพื่อนไปเช่ามอไซด์ ขี่ซ้อน 3 ไปเช็คเร็ตติ้งความสวยกันในเมือง แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ไม่ค่อยมีหนุ่มๆ เลยกลับโรงแรมกัน ตกดึกก็เป็นช่วงปาร์ตี้กัน ร้องคาราโอเกะ เราก็จับกลุ่ม 3 สาวขึ้นไปร้อง Love Love ฮิฮิ้ว... เจ้านายใจดีให้ทิปมาพันนึง วู้...แต่ละคนจับแทบจะไม่อยากปล่อยไมค์เลย พอดื่มเหล้ากันกรึ่มๆได้ที่ ก็ออกไปเที่ยวเธคข้างนอกกันต่อ แต่เราขอบายกลับไปนอนที่ห้องพักผ่อนดีกว่า

วันรุ่งขึ้นก็ถ่ายรูปรอบๆ เก็บบรรยากาศทะเล ใส่กระเป๋ากลับบ้านกันโดยสวัสดิภาพ

PS: แอบสรุปได้ว่า เวลาไปเที่ยวพักผ่อนต่างจังหวัด สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ 4 อย่างนี้เลย 1. เหล้า+เบียร์, 2.ไพ่+เศษเหรียญ, 3.กีตาร์+คาราโอเกะ, 4. เตียง+หมอน

คุณเห็นด้วยมะ...!?!

See you next time (^_^)/

posted on 30 Jan 2007 17:57 by bakabo  in travel

หนีงานลาพักร้อน 5 วัน หนีไปหนาว...

ลองทายดูเล่นๆสิคะว่า โบจะไปเที่ยวที่ไหน??

ตอบถูก 2 คนแรก มีของที่ระทึก เอ้ย ที่ระลึกให้ ฮี่ฮี่..

.

see You next time na ja !! (^0^)

Edit : บอกใบ้ให้นิดละกันว่าไปต่างประเทศ

เดาจากแบ็คกราวด์จากรูปดูนะคะ

Ps. Thanks Oxitoxin for Lovely picture na, I will miss u so much xx