อิ่มบุญอิ่มใจกับค่ายจิตอาสา
posted on 20 Dec 2005 13:37 by bakabo in travel
อิ่มบุญอิ่มใจที่วัดภูเขาทอง บ้านท่ามะไฟหวาน จ.ชัยภูมิ
ความบังเอิญไม่มีในโลก มีแต่พรหมลิขิตในชีวิตที่ทำให้เราได้พบกัน นั่นคือข้อความที่เราได้เขียนลงในสมุดfriendship ของพี่แอนเพราะพรหมลิขิตทำให้เราได้รู้จักกันในการไปค่ายอาสาครั้งนี้ ค่ายอาสาสร้างกุฏิดิน วัดภูเขาทอง บ้านท่ามะไฟหวาน จ.ชัยภูมิ ของเวป www.budpage.com
เริ่มออกเดินทางกันตอน 3 ทุ่มของคืนวันที่ 9 ธันวาคม คณะเรามี 3 คน คือ เรา,พัต,พี่พงษ์ ขับรถไปกันเอง ไปจังหวัดชัยภูมิ ก็คาดว่าใช้เวลาเดินทางไปประมาณ 6 ชั่วโมงได้ คนขับก็สลับกันขับ 2 คน มีหลงทางไปบ้างแต่ก็มาถึงวัดจนได้ แต่ก็มาถึงตอนตี4 ด้วยอาการงัวเงียทั้งคนขับกับคนนั่งได้นอนพักที่วัดไปสักครู่ ก็ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงพระตีระฆังปลุก อากาศที่นี่หนาวมากๆ นอนตัวสั่นเลยแต่ตื่นขึ้นมาได้ทานข้าวต้มหมูร้อนๆ อร่อยมาก ช่วยให้ร่างกายอุ่นขึ้นมาก ช่วงสายๆ อาสาสมัครก็ทยอยเดินทางกัน มาถึงพอคนพร้อมก็เริ่มอบรมการสร้างบ้านดินกัน มีอาสาสมัครมากันประมาณสัก 80 คนได้เยอะมากเลย โดยมีพี่โยเป็นวิทยากรให้ความรู้ในการสร้างบ้านดิน โดยบ้านดินใช้ส่วนผสม 3 อย่างคือ ดิน,แกลบ,น้ำ มาผสมกันให้ได้สัดส่วน พอได้ที่แล้วก็นำดินผสมมาอัดใส่บล็อกที่ทำขึ้นเพื่อใช้เป็นเหมือนก้อนอิฐ แล้วก็ตากแดดรอให้แห้งแล้วจึงนำไปก่อเป็นตัวบ้าน

บ้านดินมีข้อดีคือเป็นบ้านที่อยู่หน้าร้อนก็เย็นถ้าหน้าหนาวก็อุ่น เพราะดินเป็นฉนวนกันความร้อนที่ดี สร้างก็ง่าย ประหยัดงบ ออกแบบบ้านและทำเฟอร์นิเจอร์ได้ตามใจชอบ ช่วยกันสร้างก็สนุก มีวีซีดีให้ดู แต่ดูไปทั้ง 3 คนก็สัปหงกไป เพลียจากนั่งรถเมื่อคืนกัน เสร็จ แล้วก็พาดูบ้านดินตัวอย่างที่สร้างไว้ มีทั้งใช้ได้จริงและที่มีปัญหา บ้านดินนี่สร้างได้ตามจินตนาการเลย อยากสร้างลวดลายยังไงก็ได้น่ารักดี พอดูตัวอย่างกันแล้วช่วงบ่ายก็มาเริ่มสร้างของจริงๆกัน ก็แบ่งกันเป็นส่วนผสมดิน,ส่วนขนดิน ขนก้อนอิฐดิน,ส่วนก่อเป็นตัวกุฏิดิน เราไม่รู้จะทำอะไรดีเห็นคนช่วยก่อเยอะมากเลย ก็เลยขึ้นรถกระบะไปช่วยเขาขนดินแทนเพราะเห็นคนน้อยดี ก็ขึ้นรถไปกันทั้งหมด 8 คนได้ ตอนขึ้นรถก็ทำความรู้จักกันและช่วยทำงานด้วยกันกับพี่ๆเขาได้คุยกันเฮฮาสนุกสนานกันดี
ช่วยกันขนจนประมาณบ่าย 4 โมงได้ ก็พักงานกัน

ไปดูกุฏิดินที่วัดสุคะโตที่สร้างเป็นต้นแบบไว้ รถนั่งกระบะกันไป 3 กม.ได้ ก็ถึงวัด กุฏิดินที่สร้างไว้ภายในยังไม่ได้ตกแต่งดี แต่ดูภายนอกก็ดูเล็กกะทัดรัดดี เหมือนบ้านเห็ดเลย ดูกันจนพอใจแล้วก็กลับไปพักผ่อนทานข้าวเย็นกันที่วัด เย็นนี้อากาศเย็นมากๆ อาบน้ำไปขนลุกไป บรื๋อ...
ช่วงกลางคืนก็มารวมกลุ่มทำกิจกรรมทำความรู้จักกัน เช่น ให้จับกลุ่มกัน 8 คน ถามชื่อ,อาชีพและก็เรื่องในสมัยเด็กที่มีความสุข ก็ช่วยๆกันนึกๆแล้วคุยกันใหญ่เลย อย่างเรานี่ก็นึกออกว่าตอนเด็กได้มีโอกาสไปเที่ยวสวนสัตว์ดุสิตกันทั้งครอบครัวสนุกมาก อย่างคนอื่นก็มีพี่คนนึงเขามีพี่น้อง 12 คน กิจกรรมในครอบครัวเขาคือล้อมวงเล่นไพ่กันทั้งครอบครัว น่ารักดี ไม่ก็รักแรกแฟนฉันตอนประถม ฟังเด็กสมัยเด็กของแต่ละคนแล้วก็น่ารักกันไปคนละแบบ พอตกดึกสัก4ทุ่มก็จับกลุ่มกันไปนอนดูดาวกลางทุ่งหญ้า อากาศหนาวน้ำค้างแรง ดูดาวสวยบนท้องฟ้าโค้งๆ พร้อมจันทร์กระจ่าง ดาวลูกเจี๊ยบ,ดาวไถ,ดาวนายพราน,ดาวพฤหัส ทางช้างเผือก อยู่ใกล้แค่เอื้อมมือ
เช้าวันรุ่งขึ้นก็เตรียมตัวไปลุยงานสร้างกุฏิดินกันต่อมีอาการปวดเมื่อยตัวอย่างแรงเลยแต่ก็ใจสู้ไปช่วยงานกันต่อ วันนี้เราเปลี่ยนหน้าที่ตัวเองไปก่อก้อนอิฐดินกับฉาบบ้าง สนุกมากเนื้อตัวเลอะดินโคลนกระเด็น เล่นกันเป็นเด็กๆเลย ทำกันไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเลย รู้สึกอยากทำให้กุฏิหลังนี้ออกมาดีๆ ทุกๆคนก็ยิ่งช่วยกันพยายามทำให้สวยทำให้ดีกัน เห็นแล้วปลื้มใจจัง ทำจนเสร็จช่วงบ่ายก็ไปพักเหนื่อยริมเขื่อนลำปะภาว

อากาศสบายๆ ลมเย็นๆ ชีวิตนี้ช่างสงบสุขจังเลย เย็นลงก็กลับไปทานข้าวเย็นที่วัด มื้อนี้เป็นมื้อที่อร่อยและมีความสุขที่สุดทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจกัน มาล้อมวงกินข้าวกัน

นั่งคุยกันแถมด้วยโชว์ของน้องดรีมกับพี่เอี้ยง เต้นไก่ย่าง,ไก่ชาววัง,ปีโป้ เต้นได้โคตรมันส์เลย แถมฮามากๆๆ กับโชว์เต้นหอย ตบท้ายด้วยหอยพี่...(นามสมมุติ)เหม็น นึกถึงวันแรกที่มาถึง ต่างคนต่างนั่งกินข้าวกันคนละมุม เพราะที่วัดไม่มีโต๊ะทานข้าวหรือโรงอาหาร ต่างยังไม่รู้จักกัน มาวันสุดท้ายที่ทุกคนรู้จักกันแล้วได้มาปูเสื่อล้อมวงกันกินข้าว ตกดึกก็ไปดูดาวกลางทุ่งเคล้าเสียงกีต้าร์จากพี่เอี้ยง หนาวๆก็อบอุ่นได้ด้วยความสุข

เช้าวันสุดท้ายทุกคนไปที่กุฏิดินเพื่อทำพิธีทำบุญถวายกุฏิ อิ่มบุญกันถ้วนหน้า

ก่อนกลับทุกคนคุยกันขอเบอร์โทรหรืออีเมล์เพื่อติดต่อส่งรูปถ่ายให้กัน ร่วมกันถ่ายภาพหมู่กับท่านเจ้าอาวาส ก่อนแยกย้ายกันลาแล้วขึ้นรถกลับจุดหมายของแต่ละคน ส่วนคณะเรา 3 คน ก็ขับกลับกรุงเทพฯ โดยแวะตามทางไปเรื่อยๆ มีแวะปั๊มทางข้าวกลางวันที่โคราช ซื้อเสื้อผ้าที่Outlet Fly now ผ่านสระบุรีแวะถ่ายรูปที่ทุ่งดอกทานตะวัน, อุโมงค์ต้นไม้, จุดพิศวง ขับไปดูม้ากับนกกระจอกเทศที่ไร่ปภัสรา ระหว่างทางคนขับง่วงนอนก็แวะปั๊มนั่งกินขนมไป 2 ถุง ก่อนขับขึ้นทางด่วนรวดเดียวถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ
การทำงานบุญด้วยใจนี่มันมีความสุขมากๆเลย ทั้งที่ทำงานใช้แรงมันก็เหนื่อยมากๆ แต่ก็ไม่เห็นใครบ่นเลย ดูทุกคนยิ้มแย้มกันตัวเปรอะเลอะโคลนกันแค่ไหนก็ยังดูสนุกกัน ได้พบทุกคนที่ไปช่วยไปช่วยด้วยใจ คุยกันด้วยใจ อิ่มบุญอิ่มความรู้ อิ่มอกอิ่มใจกับการไปค่ายอาสาสร้างกุฏิดิน วัดภูเขาทอง
ขอบคุณพี่ๆน้องๆทุกคน ที่ทำช่วยกันสร้างช่วยกันปั้นสำเร็จ ขอให้ผลบุญนี้ส่งผลให้กันในชาตินี้คะ



















